A-AA+then

ขาดไม่ได้เลยก็ doctype ถ้าไม่มีก็ไม่รู้ว่าเป็น XHTML มีหลายแบบครับ นี่คือตัวอย่างหนึ่ง
<!DOCTYPE html PUBLIC "//W3C//DTD XHTML 1.0 Transitional//EN" http://www.w3.org/TR/xhtml1/DTD/xhtml1-transitional.dtd" />

เป็นเอกสาร html ก็ต้องบอกว่าเป็น html มีการกำหนด property xmlns ด้วยครับ อันนี้ทาง W3C เขาแนะนำมา
<html xmlns="http://www.w3.org/1999/xhtml"></html>

tag และ property ต่างๆ ต้องเป็นตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น
<font color="red">...</font>

value ต้องอยู่ในเครื่องหมาย " (อัญประกาศ) เท่านั้น ไม่ควรใช้ ' (ฟันหนู) เพราะ browser บางตัวไม่รู้จัก
<font color="red">...</font>

tag ทุกชนิดต้องมี tag ปิดเสมอ เช่น <div>...</div> สำหรับ tag บางชนิดที่ไม่มี tag ปิด เช่น meta link img input br ให้ใส่เครื่องหมาย / ก่อนจบ tag เช่น
<br />
<img src="image/test.jpg" alt="test" />
<input type="text" name="send" />

property บางตัวก็ขาดไม่ได้สำหรับบาง tag เช่น link หรือ script ต้องมี type เสมอ และ img ต้องมี alt เสมอ เป็นต้น

อักขระบางตัว ก็ห้ามใช้ในเนื้อหาเนื่องจากเป็นตัวอักษรเพื่อใช้ควบคุมเอกสาร เช่น < > " ' & ให้ใช้อักขระพิเศษ เช่น &lt; &gt; &quot; &apos; และ &amp; แทน

นอกจากนี้เขายังแนะนำให้ใช้ CSS แทนการจัดรูปแบบภายในเอกสาร โดยการแยก CSS ออกจากเนื้อหาของเว็บเพจ เพื่อให้เพจมีแต่โครงสร้างของเอกสารเท่านั้น เช่น
<div align="center">...</div>
เขาแนะนำให้เปลี่ยนไปใช้ CSS เป็น

#div1 {
  text-align:center;
}

และบนเว็บเพจให้ใช้
<div id="div1">...</div>

และ property บางตัวก็เลิกใช้แล้วครับ เช่น align หรือค่าสีบางสีก็ไม่มี เช่น oragne
property บางตัวที่ไม่มี value เช่น readonly ต้องใส่ value ให้ตัวมันเองทุกครั้งด้วย property ของมันเองเช่น

<input type="text" name="user" readonly="readonly" />

ในการกำหนด id ของ object ใน 1 page ห้ามมี id หรือ name ซ้ำกันครับ เนื่องจาก id หรือ name จะถูกอ้างอิงโดย Javascript ได้ ถ้าหากมีความจำเป็นต้องกำหนด CSS ที่หมือนกันให้กำหนด class แทนครับ ซึ่ง class นี้สามารถที่จะกำหนดกี่ตัวก็ได้ภายในเอกสาร

tag บางตัวซึ่งมีแต่เฉพาะ IE ก็ถูกยกเลิกแล้วเช่นกัน เช่น marquee ให้เลี่ยงไปใช้ Javascript แทน

XHTML

Relate

^